สำนักข่าวอิศรารายงานสรุปคำพิพากษาจาก ป.ป.ช. ว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคดีสุทธิรักษ์ สำเร็จประสงค์ อดีตพนักงานสำนักงาน กกต. ฐานปลอมเอกสารประชุมและหลักฐานจ่ายเงินเพื่อนำเงินไปใช้ส่วนตน โดยคงโทษจำคุก 50 ปี และสั่งคืนเงินกว่า 1.23 ล้านบาท คดียังไม่ถึงที่สุดและจำเลยมีสิทธิอุทธรณ์
คดีนี้ชี้ให้เห็นความเสี่ยงของการจ่ายเงินที่อาศัยเอกสารเป็นหลักฐาน หากเอกสารประชุมและหลักฐานจ่ายเงินถูกปลอม การตรวจยอดเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องตรวจด้วยว่าการประชุมและการจ่ายเงินเกิดขึ้นจริงหรือไม่
เงินที่เสียหายคือเงินของหน่วยงานรัฐซึ่งกระทบประชาชน คำพิพากษาชั้นต้นจึงไม่ควรจบเพียงตัวเลขโทษ แต่ควรนำไปสู่การตรวจสอบว่า สำนักงาน กกต. มีระบบป้องกันเอกสารเท็จและติดตามเงินคืนอย่างไร
