ศาลปกครองสูงสุดยืนยกฟ้องผู้สมัครผู้ใหญ่บ้านในชัยนาทที่ถูกตัดสิทธิ หลังเคยต้องคำพิพากษาคดีความผิดเกี่ยวกับเพศเมื่ออายุ 16 ปี โดยเห็นว่าคำสั่งนายอำเภอชอบด้วยกฎหมาย และการเป็นเยาวชนขณะกระทำผิดไม่ลบล้างการกระทำนั้น
ประเด็นสำคัญคือกฎหมายไม่ได้ให้นิยามเฉพาะว่าอะไรคือความเสื่อมเสียในทางศีลธรรม ศาลจึงระบุว่าให้นายอำเภอและคณะกรรมการตรวจสอบใช้ดุลพินิจพิจารณาพฤติกรรมและหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านเป็นรายกรณี
ผู้สมัครเคยแนบรายชื่อชาวบ้าน 106 คนรับรองความประพฤติในการอุทธรณ์ แต่คำสั่งตัดสิทธิยังคงอยู่ คดีนี้จึงสะท้อนว่าเสียงสนับสนุนในชุมชนไม่ได้แทนที่การตรวจคุณสมบัติตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน การใช้เกณฑ์ที่ไม่มีนิยามเฉพาะก็ยิ่งต้องอาศัยเหตุผลที่ตรวจสอบได้ เพราะส่งผลทั้งต่อผู้สมัครและตัวเลือกของชาวบ้าน
